“AR และ Reels โอกาสใหม่สำหรับแบรนด์” สรุปเซสชัน “Feel the Reels: Storytelling with AR and Reels” จากงาน Adman Awards & Symposium โดย คุณณปภัช กันตศิลป์ Creative Strategist, SEA Creative Shop (Thailand) META และ คุณก้องกิจ ฉันทวิจัยกุล Client Parter META
AR คือการผสมผสานระหว่าง Reality กับ illusion ซึ่ง AR เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญบน Stories ที่ใช้กันแพร่หลายในทุกวันนี้
แบรนด์เริ่มใช้ AR ในการทำ Marketing สำหรับสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคทดลองสินค้าก่อนซื้อจริง หรือมีส่วนร่วมในแคมเปญต่าง ๆ เช่น ออกแบบ AR ในรูปแบบ Gamify
แบรนด์ 6 เท่าในปี 2020 ใช้ AR ในการทำธุรกิจ และ 75% วางแผนจะใช้ AR มากขึ้นในปี 2023
- 82% ของผู้ใช้งาน Meta ทั่วโลกใช้ AR ในปี 2022 และกว่า 1.2 ล้านเอฟเฟกต์ถูกผลิตออกมา คาดว่าปีนี้น่าจะทะลุ 2 ล้าน
การทำ AR ควรคำนึงถึง 3 สิ่งหลัก คือ
1. People: สร้าง AR เพื่อตอบสนองคน สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค
2. Purpose: สร้างเพื่อหาโอกาส ทั้งโอกาสในการแสดงความครีเอทีฟ, กระตุ้นการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค รวมถึงช่วยส่งเสริมธุรกิจ/การขาย
3. Craftซ การออกแบบ AR ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์
- 74% ของผู้ใช้งานบอกว่า AR ช่วยเชื่อมประสบการณ์โลกออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงรู้สึกทำให้มีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น
- Case study ที่น่าสนใจ: Meta มีการร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงาในการใช้ AR ออกแบบหน้าตาของคนสูญหาย
.ขณะนี้ AR Ads สามารถใช้งานได้ทั้งบน Facebook และ Instagram โดยใส่ลิงก์ AR ได้บน Post, Stories และ Reels
.ฃสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AR ได้ที่ Blueprint Training, Spark Hub และ FB AR Community
Reels
Short form Video เป็นคอนเทนต์ที่คนดูมากที่สุดบน Instagram
- คอนเทนต์ไม่จำเป็นต้อง High-Fi มาก ขอแค่ Relate กับคนดู โดยเฉพาะคอนเทนต์ของแบรนด์ เพราะคนดูรู้สึกว่าคอนเทนต์วิดีโอสั้นไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ แต่ควรเข้าถึงชีวิตประจำวันของคนดูมากกว่า
- วิดีโอสั้นบน Instagram มี 3 แบบ Stories, Reels, Live โดยการเพิ่ม Reels เข้ามาในการทำคอนเทนต์จะช่วยสร้างทั้ง Awareness, Consideration และ conversion
ผู้บริโภคต้องการความบันเทิง และต้องการเชื่อมต่อทั้งจากแบรนด์ รวมถึงบุคคลรอบข้าง ซึ่ง Reels ตอบโจทย์สิ่งเหล่านั้นได้ เพราะเปิดโอกาสให้เจอคนใหม่ ๆ เข้าถึงเทรนด์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น แถมแบรนด์ยังสามารถเพิ่มยอดขายด้วยวิดีโอสั้นได้อีกด้วย
- แม้กลุ่มผู้บริโภคบนทั้ง Facebook และ Instagram จะมีหลายวัย แต่ส่วนมากทุกคนเปิดใจดู Reels โดยเกินกว่าครึ่งของผู้ใช้งานดู Reels เป็นประจำ
แพลตฟอร์มที่คนเลือกเป็นช่องทางการติดตามครีเอเตอร์มากที่สุดยังคงเป็น Facebook อยู่ที่ 87% ตามมาด้วย Instagram 60%
- มากกว่า 50% ของคอนเทนต์ถูก Reshare ออกไปผ่าน Direct Message หรือ Messenger
การใช้ครีเอเตอร์ร่วมกับ Reels
จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์มากขึ้น เนื่องจาก Facebook และ Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่คนใช้ติดตามครีเอเตอร์มากที่สุด และแบรนด์ก็จะได้ครีเอตอร์ช่วยเล่าเรื่องเพื่อเพิ่ม Brand Awareness
ในการทำคอนเทนต์ Reels ควรใช้ภาษา Reels ในการเล่าเรื่อง ดังนี้
1. Entertaining
2. Relatable อาจใช้ความ Lo-Fi หรือดึงประสบการณ์ร่วมมาเล่า
3. Digestible ย่อยง่าย
80% ดู Reels แบบเปิดเสียง 40% ของ Reels มีการใช้เอฟเฟกต์ รวมถึง 65% ใช้สติกเกอร์แทนตัวหนังสือบน Reels เพื่อให้คนจดจำและย่อยง่ายขึ้น
3 เหตุผลที่แบรนด์ควรใช้ Reels
1. ขยายสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ
2. ได้ร่วมงานกับครีเอเตอร์
3. สร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ